ตัวอย่างการทำห้องซ้อมดนตรี ( Joy Space )
คลิปนี้พูดกว้างๆเกี่ยวกับการทำห้องซ้อมดนตรี แล้วพาเดินทัวร์ดูของในห้องนี้นะครับ
*** บทความยังไม่สมบูรณ์ … ในคลิปผมพูดแบบไม่มี script จึงทำให้พูดขาดไปหลายเรื่อง …. แต่บทความนี้ผมจะเพิ่มไปเรื่อยๆจนกว่าจะครบถ้วนสมบูรณ์นะครับ ***
==========================
ผมเสริมเรื่อง Tips การเลือกเครื่องดนตรีเข้าห้องซ้อมเท่าที่ผมรู้ + ลิสเครื่องดนตรีที่ผมใช้ ที่ท้ายบทความนะครับ (ไม่ได้พูดในคลิป)
==========================
.
ดูทาง YT >>> https://youtu.be/wrX7-iaeEQE
0:00 intro
0:39 ระบบห้องซ้อมดนตรี 2 แบบ
3:49 ขนาดห้องและกันเสียงซับเสียงคร่าวๆ
6:02 อุปกรณ์ในห้องซ้อมดนตรี joyspace
15:44 อุปกรณ์เสริม
.
ผมทำห้องซ้อมดนตรีเข้าปีที่ 3 แล้ว … เนื่องจากเห็นเด็กนักเรียนมาเล่นเยอะและอาจมีบุคคลทั่วไปสนใจอยากทำห้องซ้อมเอง เลยอยากมาแชร์แนวคิดในการทำห้องซ้อมแบบทั่วไป และ เอาห้องซ้อมดนตรี joyspace ยกเป็นตัวอย่างครับ
.
อย่างไรก็ตามผมจะพูดเรื่องทั่วไปก่อนครับ
.
1. ระบบห้องซ้อมดนตรี
- ระบบแยกอิสระ … ระบบนี้เป็นระบบที่ใช้กันทั่วไป รวมถึงห้องของผมด้วย มีลักษณะแบบนี้ครับ
- ทุกเครื่องดนตรีมีลำโพงของตัวเอง เช่น กีตาร์เข้าแอมแล้วจบ เสียงร้องมีลำโพงของตัวเอง
- ข้อดี เซ็ตง่าย ไม่แพง
- ข้อเสีย ทำมอนิเตอร์ยากหรือทำไม่ได้ และการอัดเสียงทำได้ยาก
- ระบบเชื่อมทุกอย่างเข้า Mixer
- ทุกเครื่องดนตรี เชื่อมต่อเข้ากับ Mixer เสียงที่ออกมาเป็นไปได้ทั้ง ลำโพงของตัวเอง / PA / Monitor แยก/ IE Monitor แยก
- ข้อดี ทุกคนได้ยินเสียงที่อยากได้ และ การอัดเสียงทำแบบ live multitrack หรือ อื่นๆได้
- ข้อเสีย ต้องมีคนช่วยเซ็ต และแพงเพราะมีค่าอุปกรณ์บันทึกเสียงหรือเชื่อมต่อ แยกต่างหาก
==========================
Tips การเลือกเครื่องดนตรีเข้าห้องซ้อมเท่าที่ผมรู้
==========================
.
== กลอง ==
[ ระดับการเล่นของผม : โคตร Beginner แต่ดูแลรักษาเองได้แล้ว ]- กลองมีหลายสไตล์มาก แต่ผมแนะนำแบนี้นะครับ– ถ้างบน้อย จัดมาแค่ 1 Snare / 1 Tom / 1 Floor Tom / Hihat / Ride / 1 Crash / Bass drum + กระเดื่องเดี่ยว … พอที่จะตีแล้ว
– ชุด standard 1 Snare / 2 Tom / 1 Floor Tom / Hihat / Ride / 2 Crash / Bass drum + กระเดื่อง
– เมื่อซื้อกลองแล้ว ถ้าอยากให้เสียงดี ควรเปลี่ยนหนังก่อนเลย โดยเฉพาะสแนร์
– เปลืองสุดคือเครื่องทองเหลืองดีๆ (ฉาบ/แฉ) เพราะนอกจากจะแพงแล้ว มันแตกได้ด้วย
– เตรียมงบไว้เผื่อฮาร์ดแวร์ดีๆ และ เก้าอี้ดีๆ และจะสบายขึ้นเยอะ
– วางแผนเรื่องจำนวนกลองไว้ก่อน จะได้ไม่ต้องซื้อฮาร์ดแวร์ใหม่
– กลองมือ 2 เป็นความคิดที่ดีมาก เมื่อคุณงบไม่พอ เพราะมันจะงอกไม่รู้จบ
– เรียนรู้เรื่องการจูนกลองไว้ตั้งแต่เนิ่นๆเลย จำเป็นมาก จูนไม่ดี กลองแพงก็ไม่เพราะ
– ควรมีพรมรอง อย่างน้อยพื้นจะได้ไม่เสีย
.
== เบสไฟฟ้า ==
[ ระดับการเล่นของผม : Beginner ไถไถ ตามกีตาร์]- โดยมาก ถ้าวงเริ่มจริงจัง พกกันมาเองทั้งนั้น– คิดอะไรไม่ออก Jazz Bass Passive 4 สาย ยี่ห้อ Cort … โคตรคุ้ม (แต่ผมได้ Squire ต่อมาจากนักดนตรีที่รู้จัก)
– โดยทั่วไป เบสมี 4 สายและ 5 สาย แต่แนวๆทั่วไป 4 สายก็พอ ถ้าชอบ Rock เผื่อ 5 สายก็ได้
– ค่าสายแพงมาก แต่กว่าจะสึกก็นานเช่นกัน
– วงที่ไม่ซีเรียส เบสไม่จำเป็นต้องมีเอฟเฟกด้วยซ้ำ
– ประเภทเบส Jazz / Precision / Humbucker หรือ Active vs Passive แล้วแต่ชอบ แต่ถ้าเบสิคคือ Jazz Bass
.
== กีตาร์ไฟฟ้า ==
[ ระดับการเล่นของผม : Intermediate]- โดยมาก ถ้าวงเริ่มจริงจัง พกกันมาเองทั้งนั้น เหมือนเบส– กีตาร์ไฟฟ้า ตอนนี้ของจีนดีๆ ล้นตลาด … ถือเป็นเครื่องดนตรีที่หาของดีราคาถูกได้ไม่ยาก
– กีตาร์ราคาไม่แรง เอาคุ้มผมก็แนะนำ Cort อีกแหละ งานจีนผมไม่ค่อยได้เล่น แต่ถ้าเอาชัว Squire หรือ Ibanez Gio ก็ได้
– ถ้าเอาดีๆหน่อย แนะนำ Fender ตัวต้นๆ หรือ Ibanez ตัวขยับไปหน่อยก็ได้ AZ ต่ำ 2 หมื่นก็เริ่มมาแล้ว
– ยี่ห้ออื่นดีๆเยอะ แต่อธิบายไม่หมด เลยเอาตามที่ผมชอบครับ
– สิ่งที่กีตาร์ไฟฟ้าโดยมากต่างกันจริงๆมีแค่ 3 อย่างคือ 6-7 สาย / 21-24 เฟรท / ปิ้กอัพ
– สายทั่วไป แนะนำกีตาร์ทรง Strat 22 เฟรท 2 single coil / 1 Humbucker
– สายร้อคปั่นแหลก แนะนำกีตาร์ทรงแบบ Modern 24 เฟรท 2 Humbucker … Active ก็ดี
– ขี้เกียจเปลี่ยนสาย แนะนำ สาย Elixir เท่านั้น ไม่มีใครเทียบ ใช้จนสายเป็นขุยก่อนสนิมขึ้น
– เอาไป Set up บ้าง จะเหมือนได้กีตาร์ตัวใหม่
.
== กีตาร์โปร่ง ==
[ ระดับการเล่นของผม : Upper Intermediate]- มีไว้เสริมห้อง จริงๆไม่ต้องมีก็ได้ ถ้าไม่ซีเรียสกีตาร์ไฟฟ้าก็มีเสียงกีตาร์โปร่งในเอฟเฟก– ถ้าเอาทั่วไป กีตาร์โปร่งไฟฟ้า ราคาราวๆ 1 หมื่น Top Solid ปิ้กอัพ Fishman ถือว่าควรจะโอเค แต่งานจีน 4-5 พัน เริ่มเยอะแล้วเช่นกัน เสียงดีด้วย
– ใช้ตัวปิด sound hole ลดเสียงหอนได้บ้าง
– กีตาร์ หลังเต่า Feedback น้อยมาก เหมาะใช้ในห้องซ้อม แบบที่ผมใช้ คือ ค้นพบโดยบังเอิญ
– ผมเคยทำคลิปวิธีเลือกซื้อกีตาร์โปร่งไว้ >>> https://youtu.be/wLxXFmyTtTk
.
== คีย์บอร์ด ==
[ ระดับการเล่นของผม : เคย Intermediate เมื่อ 20 ปีที่แล้ว]- ตัวที่คนนิยมที่สุดคือ Roland XPS10 เพราะเสียงครบ ใช้ง่าย– อัพเกรดมาหน่อยคือ Roland XPS30 อันนี้ตัวจบหลายๆเวที
– แต่ส่วนตัวชอบเสียงเปียโน YAMAHA …เอาถูกเล่น MX series / เอาดีหน่อยเล่น MODX
– เด็กที่มาเล่น มักจะเป็นคนที่เรียนเปียโนมา หากชอบ Touching แบบเปียโน แนะนำให้ซื้อพวกคีย์บอร์ด 88 Keys Hammer Action จะได้ฟีลเหมือนเล่นเปียโนจริง
– ถ้าอยากได้ฟีลเน้นเปียโน เสียงดี ราคาไม่แพง semi-weighted Action แนะนำซื้อ Studiologic Numa Compact
.
== ไมโครโฟน ==
– ยืนพื้น Shure SM58 เสียงหนา ทนมือทนเท้าสุดๆ
– แต่ก็มีคนชอบเสียงแหลมๆหน่อย แนะนำ Sennheiser e835 ขึ้นไป
– ไมค์จีนก็ได้ ไม่เกินพัน อันนี้พูดจริง เพราะหลายที คนที่ห้องชอบสับไปใช้ ทั้งๆที่ผมเอาเป็นไมค์สำรอง … คราวหลังมาพบว่า คนร้องต้องการเสียงแหลมๆ
– เสียงจะดีขึ้นมาก ถ้ามีเอฟเฟกที่ดี แต่ไม่มีก็ได้ ห้องผมก็ไม่มี
.
== แอมป์กีตาร์ / เบส / คีย์บอร์ด ==
– เอาจริงๆ เลือกยาก เพราะแอมป์มีเอกลักษณืเฉพาะตัวมากกว่าเครื่องดนตรี
– แอมป็กีตาร์ยอดนิยมก็ Fender / Boss / Peavey / Kustom / Marshall / Mesa / Laney โอยเยอะมาก
– แอมป์เบส ที่กว้างๆเลยก็ Ampeg
– แอมป์หลอด เสียงจะเรียลกว่า สดกว่า ดิบกว่า แต่ผมไม่ใช้ เพราะเท่าที่หาข้อมูลมา มันมีปัญหาง่ายกว่า แต่ก็ซ่อมง่ายกว่าเช่นกัน + ต้องดูแลรักษาประมาณนึง เพราะเป็นระบบเก่าที่โลกใช้มาเนิ่นนาน (คิดถึงการซ่อมรถที่เทคโนโลยีเก่าๆ ไม่มีอะไรมาก)
– แอมป์ Digital หรือ Transistor ข้อดีคือ ใช้ง่าย ราคาไม่แพง เบา … แต่ข้อเสียคือถ้าบอร์ดพังคือไปเลย
– ขนาดควรเลือกให้เหมาะกับห้อง อันนี้กะให้ไม่ถูก
– ห้องซ้อมหลายห้องใช้แอมป์หัวเทิร์น (แอมป์ แยกกับ ดอกลำโพง) เป็นไปได้ 2 อย่างคือ เขาทำเครื่องเช่าอยู่ หรือเขาอยากได้ซาวด์นั้นจริงๆ แต่ถามว่าห้องซ้อมจำเป็นต้องใช้ความดังขนาดนั้นไหม ค่อนข้างมั่นใจว่าไม่ต้อง คือเอา 50-100 Watts ที่เป็นแอมป์ Transistor ก็เหลือๆ (ห้องไม่เกิน 100 ตร.ม.)
– ช่อง Send Return (FX Loops) มีไว้ก็ดีสำหรับคนที่ต้องการต่อกับมัลติเอฟเฟก … ห้องผมน่าจะมีทุกแอมป์
– แอมป์คีย์บอร์ด ผมไม่รู้ความต่างเท่าไหร่นอกจากความดัง แต่ถ้านิยมก็ Roland / Peavey
.
== เอฟเฟกกีตาร์ / เบส ==
– จริงๆไม่น่าจำเป็นต้องมี เพราะ มันต้องอาศัยการเรียนรู้ ใช้เวลาปรับ ดังนั้นคนมักมีส่วนตัว
– ที่เหมาะกับห้องซ้อมที่สุดคือเอาก้อนหลายๆตัวมาต่อกัน เพราะจะใช้ง่ายสุดสำหรับครั้งแรก อาจจัดชุด OD – Distortion – EQ – Reverb – Booster เป็นตัวอย่าง
– มัลติเอฟเฟกกึ่งก้อนแบบที่ผมใช้ ก็ถือเป็นทางเลือกหากเอาสะดวกทั้งคนเจ้าของห้องและคนเล่น
.
ลิสเครื่องดนตรีที่ผมใช้ (อัพเดท 20250120)
[Drum] Gretch Catalina Maple– Zildjian Zbt Hihat / Ride / China / Splash
– Meinl Classics Custom Crash 2 pcs
– หนัง REMO
– TAMA HP300 Twin ( 2 กระเดื่อง)[Amp – Guitar 1] Katana 100 mk2[Amp – Guitar 2] Peavey Bandit 112[Amp – Guitar 3-สำรอง ไม่อยู่ในห้อง] Fender Champion100[Electric Guitar 1] Squire Affinity Strat HSS[Electric Guitar 2] Chapman ML3 Modern[Acoustic Guitar] Ovation Standard Balladeer 1861[Guitar Effect1] Tech21 Fly Rig 5 V2[Guitar Effect2] Mooer RedTruck[Guitar Effect3] ฺBoss Hyper Metal HM3[Keyboard] Roland XPS30[Amp – Keyboard ] Roland KC400[Amp – Bass] Ampeg RB210[Bass Guitar] Squire Affinity PJ[Microphone 1] Shure SM58[Microphone 2] Shure SM58[Microphone 3 สำรอง] No Brand
.[PA – Amp] BETA THREE DT-4004[PA – Speaker] Jockey Audio[PA – Mixer] YAMAHA MG10/2
.
ขอบคุณที่รับชมครับ
กร

